เขียนโดย:
Pattara Prach-umpai

วิธีเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ WordPress ให้ปรู๊ดปร๊าด

วันที่เผยแพร่:
20 Jun 2021
หมวดหมู่:

ใครๆก็ชอบเว็บไซต์ที่โหลดเร็วมากกว่าเว็บที่โหลดช้าใช่มั้ยครับ แต่ความเร็วของเว็บไซต์นั้นส่งผลกระทบมากกว่าแค่ชอบหรือไม่ชอบ ความเร็วส่งผลต่อความสำเร็จของเว็บไซต์นั้นๆด้วย ในการสร้างเว็บไซต์ นอกจากความสวยงามแล้ว ความเร็วเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ

สถิติได้บอกว่าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์กว่า 25% ไม่รอเว็บไซต์ที่โหลดช้ากว่า 4 วินาทีหรือปัจจุบันนี้อาจจะสั้นกว่านั้น เท่ากับว่าเว็บไซต์ที่โหลดช้านั้น จะมีอัตรา Bounce Rate ที่สูงซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าเว็บไซต์ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ และนั่นจะส่งผลต่ออันดับใน Search Engine

ในบทความนี้เราจะมาสนทนากันครับว่า เราจะสามารถเพิ่มความเร็วให้เว็บไซต์ WordPress ผ่านการใช้ Plugin ทั้งในรูปแบบฟรีและรูปแบบเสียเงิน เข้ามาแก้ไขปัญหาในจุดต่างๆของเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีความรวดเร็ว เป็นประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับคนที่คลิ๊กเข้ามาชมเว็บไซต์ของเรา

ปรับขนาดรูปภาพให้เหมาะสม

รูปถือเป็นไฟล์ที่ใหญ่ที่สุดในเว็บไซต์รองจากวิดีโอ เพราะฉะนั้นการย่อขนาดรูปภาพที่ใช้เป็นสิ่งแรกที่สามารถทำได้เมื่อต้องการปรับความเร็วเว็บไซต์ เราสามารถลดขนาดไฟล์ภาพที่โชว์บนเว็บไต์เราได้อย่างมาก โดยใช้เครื่องมือลดขนาดไฟล์ภาพอย่าง

Squoosh App

Squoosh เป็นโปรแกรมย่อขนาดไฟล์ภาพที่ใช้ได้ฟรี เราสามารถย่อขนาดรูปภาพ (Resize) ให้พอเหมาะ ลดขนาดไฟล์ และแปลงไฟล์ได้ เพื่อทดสอบผมได้ทำการโหลดภาพมาจาก Unsplash และจากภาพด้านล่างสังเกตุว่า จากขนาด 1 MB เราสามารถลดขนาดไฟล์ได้กว่าครึ่งหนึ่งโดยคุณภาพลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ตัว Squoosh นั้นสามารถย่อไฟล์ภาพได้ครั้งละ 1 ภาพเท่านั้น

ShortPixel Image Optimizer

หากเรามีภาพเยอะ และไม่ต้องการที่จะทำไฟล์ภาพทีละภาพ เราสามารถใช้ Plugin อย่าง ShortPixel เพื่อปรับขนาดไฟล์ภาพของเราแบบอัตโนมัติ โดย ShortPixel มาในรูปแบบของโปรแกรม Freemium สามารถใช้ปรับไฟล์ภาพได้ฟรีเดือนละ 100 ภาพและจะต้องเสียเงินเมื่อต้องการใช้ในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเนื่องจาก ShortPixel มีความสามารถในการลดขนาดไฟล์และคงความชัดของรูปภาพได้ดี

ติดตั้งปลั๊กอิน Cache

ระบบ Cache จะมาช่วยแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคให้เราได้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบ WordPress นั้นเป็นระบบแบบ Dynamic ต่างจากการทำเว็บไซต์ด้วย HTML ทั่วไปที่มีข้อมูลคงที่ ทุกครั้งที่คนเปิดเว็บไซต์ของเรา WordPress จะทำการประมวลผลและดึงข้อมูลที่เราใส่ไว้ในฐานข้อมูลนำมาแสดงบน Browser แต่เมื่อเราใช้ Cache ระบบจะทำการจำข้อมูลที่เคยถูกดึงไว้ เมื่อมีการเปิดเว็บไซต์ จะสามารถส่งข้อมูลให้ผู้ใช้เว็บไซต์ได้ทันทีโดยไม่ต้องประมวลผลใหม่ ทำให้เว็บไซต์ของเราเปิดได้เร็วมากยิ่งขึ้น

โดยปลั๊กอิน Cache ก็จะมีให้เราเลือกหลายตัว ทั้งแบบ Freemium และ Premium โดยตัวที่แนะนำมี

WP Rocket (Premium)

WP Rocket ถือเป็นปลั๊กอิน Cache ที่ใช้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง เป็นที่นิยมกันมากทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างประเทศ โดยความสามารถหลักๆของ WP Rocket นั้นก็จะมี

  • Minify JS/CSS (บีบอัดไฟล์ให้เล็กลง)
  • Defer and Delay Javascript (โหลด script ที่ยังไม่จำเป็นในภายหลัง)
  • Preload Page / Font (ทำการสร้าง Cache ด้วยการ Preload)
  • Database Optimization (ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นในฐานข้อมูล)

ตัว WP Rocket เป็นปลั๊กอินแบบ Premium ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้เท่านั้นไม่มีตัวฟรีให้ทดลอง มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $49 ต่อปีต่อเว็บไซต์

WP Fastest Cache

ตัวนี้ถือว่าเป็นปลั๊กอิน Cache ที่ใช้ง่ายและดีมากสำหรับผู้เริ่มต้น ปลั๊กอิน Cache หลายตัวมีฟีเจอร์ให้เลือกมากมายจนบางครั้งทำให้เว็บไซต์ของเราพังได้ถ้าตั้งค่าอย่างผิดวิธี แต่ WP Fastest Cache ถึงจะมีฟีเจอร์ให้เลือกไม่มาก แต่มีประสิทธิภาพที่ดี และเรายังสามารถเลือก Exclude บางหน้าที่เราได้ต้องการให้ Cache ได้

เลือกโฮสติ้งที่ดี

เหตุผลที่เว็บไซต์ช้านั้น บ่อยครั้งเกิดจากการใช้งานโฮสติ้งที่ด้อยคุณภาพ มีสเปคเครื่องที่ไม่สูงหรือใช้โปรแกรมที่ตกรุ่น หรือแบ่งทรัพยากรของเซิฟเวอร์ให้ในปริมาณที่น้อยมาก เพราะฉะนั้นการเลือกโฮสติ้งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเริ่มทำเว็บไซต์ หลักการเลือกโฮสติ้งความจริงแล้วไม่ยากอย่างที่คิด หลักๆแล้วเราจะเลือกจาก

  • ปริมาณของ Disk Space ที่ได้ โดยหน่วยเป็น GB - เว็บไซต์เล็กๆส่วนใหญ่แล้วใช้พื้นที่ไม่เกิน 500 MB แต่ขั้นต่ำให้ดูไว้ 10 GB เผื่อการขยาย
  • จำนวน Domain ที่โฮสได้ และ จำนวน Sub Domain - เลือกตามที่ใช้
  • จำนวน Bandwidth หรือ ปริมาณการส่งข้อมูล - ให้เปรียบเทียบ Bandwidth ระหว่างโฮสติ้งที่เลือก
  • จำนวน Inodes หรือ จำนวนไฟล์และโฟลเดอร์ - เว็บทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในส่วนนี้
  • มี SSL ฟรีให้หรือไม่ (Let's Encrypt) - สำคัญมาก ไม่มีปัดตกไปเลย
  • ใช้ PHP เวอร์ชั่น 7.4 (อัพเดตปี 2021) - สำคัญมาก ไม่มีปัดตก
  • มีการสำรองข้อมูลให้หรือไม่ - สำคัญ แต่ถ้าสำรองข้อมูลเป็นก็ไม่เป็นไร

และฟีเจอร์พรีเมี่ยมที่โฮสติ้งไทยไม่มี แต่โฮสติ้งนอกมีกันแล้ว

  • ระบบ Staging Website - ระบบเว็บทดลองการอัพเดท/เปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ สำคัญมากในการอัพเดท WordPress ที่มักจะมีการชนกันระหว่าง Plugin เวลาอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ

Bangmod.Cloud WP Hosting Plesk แนะนำสำหรับเว็บเริ่มต้น

ตามประสบการณ์ Bangmod ถือเป็นโฮสติ้งที่เรียกได้ว่า "ลื่นที่สุด" สำหรับแพ็คเกจเริ่มต้น แนะนำสำหรับเว็บไซต์เล็กๆหรือผู้ที่อยากเริ่มต้นทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อเดือน ปีละ 600 ไม่รวม VAT และด้วยตัว Plesk ที่ใช้งานง่าย อีกทั้งยังมี ImmunifyAV ช่วยสแกนหาไวรัสในระดับโฮสติ้ง บอกได้เลยว่าโคตรคุ้ม ลืม DirectAdmin ไปเลย

  • จำกัดแค่โดเมน และ Inodes 250,000 ไฟล์
  • Disk Space และ Data Transfer ไม่จำกัด
  • มี PHP 7.4
  • ฟรี SSL

HostAtom Reseller สำหรับให้บริการโฮสต์

เป็นอีกโฮสติ้งหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่ม Facebook: WordPress Bangkok ตัวแพ็คเกจที่แนะนำก็จะเป็นตัว Reseller Hosting สำหรับนำไปขายต่อซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่รับทำเว็บไซต์และให้บริการโฮสติ้งกับลูกค้าด้วย

  • จำกัด Disk Space เพียงอย่างเดียว อย่างอื่นไม่จำกัด
  • PHP 7+
  • ฟรี SSL

Cloudways สำหรับเว็บไซต์ Ecommerce / ผู้เชี่ยวชาญ

Cloudways ถือเป็นการยกระดับโฮสติ้งขึ้นมาอีกด้วยการติดตั้งเว็บไซต์บน เซิฟเวอร์ส่วนตัว (VPS) โดยสามารถเลือกได้จากบริการต่างๆเช่น Digital Ocean, Google Cloud, AWS, Vultr โดย Cloudways จะเป็นหน้าเว็บทำให้การติดตั้งเว็บไซต์บนเซิฟเวอร์เหล่านี้ง่ายขึ้น และจะมีความเร็วและความเสถียรสูงกว่าการใช้ โฮสติ้งแบบ Shared แบบตัวอย่างข้างต้น

สรุปการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ WordPress

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เราสามารถเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ WordPress ของเราได้เพียงแค่ 3 หลักการง่ายๆ รูป แคช และโฮสติ้ง และเรายังสามารถเจาะลึกเข้าไปอีก เช่นการ บีบอัดไฟล์ การหลีกเลี่ยง Third-party script และอื่นๆอีกมากมาย แต่ 3 สิ่งนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานของเว็บที่โหลดเร็วเลยก็ว่าได้ หากคุณได้ทำทั้ง 3 อย่างนี้แล้วรับรองว่าเว็บไซต์คุณเริ่มต้นมาโหลดได้ว่องไวแน่นอน

Copyright 2021